#rookii
ใช้เวลาอ่าน 6 นาที
03 Jul
03Jul

วอร์มนิ้วกันให้พร้อมแล้วมาโยกหัวไปด้วยกัน กับ Rhythm Heaven Groove ลุยตัวเต็มของเกมดนตรีกดตามจังหวะสุดปั่น เราจะลองกันทั้งโหมดเล่นคนเดียว และโหมด Multiplayer ด้วย จะฮาและกาวกว่า DEMO ขนาดไหน แวะมาดูรีวิวและรีแอคชันสดๆ กันได้เลยl!

สำหรับรีวิวนี้ :: ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี: NINTENDO AUTHORIZED STORE BY SYNNEX NintendoA.S. Synnex ที่สนับสนุนของรางวัลสุดพิเศษให้คอมมูนิตี้ของเราในคืนนี้ครับ! รวมถึงให้แผ่นเรามาใช้ในการรีวิวในครั้งนี้ด้วย

ใครสนใจจะจัด Rhythm Heaven Groove ก็เชิญได้เลยที่ ชั้น 3 สยามพารากอนนะครับบบบบ ตัวเกมราคา 1090 บาทเท่านั้น!! แล้วยังได้ของแถมอีกด้วย!

Rhythm Heaven Groove คือเกมแนวกดเข้าจังหวะดนตรีที่ห่างหายจากวงการเกมไปนานมาก ถ้านับจากภาคล่าสุดก็ 11 ปี แต่ถ้านับภาคหลักที่ทำใหม่หมดก็ปาเข้าไป 15 ปี! การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นที่คาดหวังของแฟนๆ ซีรีส์อย่างมาก ซึ่งหลังจากที่เล่นไปแล้วต้องบอกว่า ความประทับที่มีต่อเกมนี้คือ เป็นการรอคอยในรอบสิบกว่าปีที่คุ้มค่าทุกวินาที! 

.

ตัวเกมถึงแม้จะเป็นเวอร์ชั่น Switch 1 แต่ก็เล่นบน Switch 2 ได้ปกติ โดยต้องบอกว่าเกมโคตรอัดแน่นไปด้วยไอเดีย ความสร้างสรรค์ และความคุ้มค่าที่เกินราคาเกมไปมาก เพราะตัวเกมแบบแผ่นขายกันแค่ 1090 เอง! และยังได้ของแถมที่โคตรเจ๋งอีกเป็นพวงกุญแจ Fidget Keycap กลไกแบบ Mechanical Switch แท้ๆ มีลายตัวละครในเกม พิมพ์ลายนูนอย่างดี ไว้กดเล่นแก้เครียดได้เพลินๆ และถอดประกอบสลับสายคล้องได้หลายรูปแบบ นับว่าเป็นของแถมที่ผ่านการคิดมาแล้วว่าเหมาะกับธีมเกมจังหวะดนตรีแบบสุดๆ ใครจะซื้อแนะนำว่าไปจัดแผ่นแท้คุ้มค่ากว่ามากครับ (ตัวกล่องเกมด้านในยังมีลายน่ารักๆ และมีกิมมิคแอบซ่อนน้องหมาไว้หลังช่องใส่ตลับเกมด้วย

.

เสน่ห์ของซีรีส์ Rhythm Heaven คือการใช้ปุ่มกดเพียงไม่กี่ปุ่ม ผสมผสานกับการฟังจังหวะเพลงที่ออกแบบมาอย่างดี ในภาคนี้ตัวเกมปั่นหัวคนเล่นจัดๆ เกมแต่ละด่านทั้งแปลกทั้งแหวกแนว ใส่ความรั่วๆ แบบ Random ไม่ยั้ง และมีความเฉพาะตัวสูงมาก แถมยังมากันโคตรหลายธีมหลายแนวอีกด้วย

.

ซึ่งบันเทิงคือเกมมักจะใส่ลูกเล่นหลอกสายตา หรือหลอกจังหวะเราเสมอ ทั้งข้ามคีย์ คร่อมคีย์ หรือเบิลคีย์ แบบสารพัด บางเกมหลับตาเล่นแล้วฟังเสียงกดตามจังหวะอาจจะเป็นวิธีที่ทำให้ผ่านด่านได้ง่ายกว่าในบางเกมด้วยซ้ำ 555 นอกจากนี้ทุกๆ การจบเซ็ตของมินิเกม จะมีด่าน Remix ที่จับเอามินิเกมทั้งหมดในเซ็ตนั้นมายำรวมกันในเพลงเดียว ซึ่งเปลี่ยนผ่านอารมณ์ได้อย่างลื่นไหลและเป็นจุดเด่นที่เหนือชั้นกว่าเกมดนตรีอื่น และเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้ที่โดดเด่นมากๆ

.

ตัวเกมมีการประเมินผลการเล่นของเราเป็นระดับต่างๆ ตั้งแต่ไม่ผ่าน (Try Again) ซึ่งทำให้ไม่สามารถปลดล็อคสิ่งต่างๆ อันใหม่ได้ หรือแค่เอาผ่านเกณฑ์ (Really Good/Good) ไปจนถึงแบบยอดเยี่ยม (Amazing) และมีขึ้นสุดยอดคือ Perfect ที่ห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียวและต้องรอเงื่อนไขให้เข้าไปทำในด่านนั้นๆ ได้ .นอกเหนือจากด่านเล่นตามจังหวะปกติแล้ว เกมยังอัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์เสริมที่ทำให้เกมนี้เล่นได้ยาวนานขึ้น ไฮไลต์สำคัญที่ได้เล่นแล้วชอบมากคือโหมด "Beatspell" หรือที่เราเรียกว่าโหมดเนื้อเรื่องนั่นเอง เป็นการผสมผสานเกมกดจังหวะเข้ากับเกม RPG อย่างลงตัว ซึ่งในโหมดนี้เราจะต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์ด้วยการกดปุ่มร่ายเวทมนตร์ตามจังหวะ ซึ่งโหมดนี้มีความลึกซึ้งเกินคาด มีการเก็บเลเวล มีระบบช่องเก็บของ มีเวทย์หลายแบบ มีการอัปเกรดพลังเวทมนตร์ และมีพลังชีวิตที่จำกัด และมีค่าโจมตีแบบ RPG กันเลย แต่การจะเข้าเล่นโหมดนี้ได้สนุกขึ้น เราจะต้องคอยสะสมเหรียญจากการทำ Perfect ในด่านปกติเพื่อนำมาปลดล็อกด่านใหม่ๆ  ทำให้มันกลายเป็นความท้าทายขั้นสูงสำหรับคนที่ต้องการความแม่นยำและอยากเล่นอะไรที่จริงจังขึ้น ถือว่าเป็น Reward ที่คุ้มค่ามากๆ 

.

นอกจากนี้ก็จะมีอื่นๆ ที่เป็นลูกเล่นของเกมอีกเพียบ เช่น Cafe ที่ให้เข้าไปคุยนั่งพักผ่อนหัวร้อนในร้านกาแฟ มี Rhythm Toy Box เป็นมินิเกมเดาตัวที่เต้นตามจังหวะการสั่นของจอย และที่สำคัญคือมีโหมด Video Example ที่ให้เราสามารถเข้าไปดูตัวอย่างการเล่นของด่านที่ต้องการที่บอทจะเล่นให้เราดูแบบ Perfect หรือจะเลือกเพื่อเข้าไปฟังเพลง เปิดเนื้อร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นในด่านที่เราชอบได้ เสมือนนั่งดูมิวสิกวิดีโอแบบนั้นเลย

.

ภาคนี้รองรับการเล่นแบบ Multiplayer สูงสุด 4 คนแบบ Local Co-op ไม่มีออนไลน์และไม่รองรับ GameShare ซึ่งจากที่ได้ทดสอบการเล่นด้วยกัน ผลปรากฏว่าไอเดียความปั่นป่วนเพิ่มขึ้นมาก เพราะนอกจากจะต้องคุมจังหวะของตัวเองแล้ว ยังมีด่านที่ต้องร่วมมือกันกับเพื่อนด้วย 

.

ยังไงก็ตาม เรื่องที่น่าบ่นมากๆ และเป็นจุดที่ไม่น่าพลาดเลยสำหรับเกมดนตรี คือวิธีการเลือกใช้ Calibration เพื่อลดอาการ Input Lag และการตอบสนองจังหวะการกดของแต่ละคน อย่างแรกเลยก็คือเมื่อต้องเล่นโหมดหลายคนบนจอทีวีเดียวกันการตั้งค่าความหน่วงของภาพและเสียงจะมีให้ตั้งค่าสำหรับแค่จอยเดียวที่กดเท่านั้น ดังนั้นการตอบสนองก็จะส่งผลแค่คนที่กำลังกดตอน Calibration อยู่ ส่วนอีก 3 คนที่เหลือ ก็จะเล่นกันลำบากทั้งหมด เพราะการกะจังหวะ Reflex ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เมื่อรวมกับความหน่วงของทีวี ทำให้การเล่น Multiplayer ลำบากชีวิตมากแทนที่จะสนุกไปด้วยกัน 

.

ยิ่งไปกว่านั้นคือ การ Calibration จะทำได้แค่ตอนเล่นแบบต่อ Dock เท่านั้น ถ้าใครเล่นแบบ Handheld เกมจะไม่ให้เราตั้งค่าส่วนนี้เลย ซึ่งเป็นการเลือกการตัดสินใจที่โคตรประหลาด เพราะถึงแม้เราจะเล่นผ่านลำโพงเครื่อง ใช้หูฟังแบบมีสาย หรือไร้สาย หรืออะไรก็ตาม มันก็จะต้องไปเจอปัญหาด้าน Reflex ของแต่ละคนไปอีก เลยกลายเป็นว่าจากโหมดพกพาที่ควรจะเล่นได้ดีและแม่นยำกว่าแบบต่อ Dock ก็เลยกลายเป็นตรงข้ามซะอย่างงั้น…

 _________________________

สรุป:Rhythm Heaven Groove คือเกมที่เหมาะสมกับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายฮาร์ดคอร์ หรือคนที่ไม่เคยจับเกมแนวนี้มาก่อน มันคือเกมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันแบบโคตรแรนดอม เพลงที่เพราะติดหู ไอเดียและมุกที่สร้างสรรค์ และปริมาณคอนเทนต์ที่ให้มาแบบเกินคุ้มกับราคาเกมมาก เป็นหนึ่งในเกมที่(น่าจะ)มาส่งท้ายยุคเครื่อง Switch และปิดฉากอย่างสวยงาม เป็นเกมที่เรากล้าป้ายยาและแนะนำให้ทุกคนต้องมีติดเครื่องไว้จริงๆ ต้องโดนกันให้ได้

.

ใครที่สนใจแต่ยังลังเล ไปโหลด Demo มาลองเล่นกันก่อนได้ (เซฟโอนไปเกมเต็มได้ด้วย) แต่ต้องบอกว่า DEMO อาจจะเล่นได้น้อยไปนิด แต่ก็ทำให้สัมผัสถึงบรรยากาศและแนวทางของเกมได้อยู่ .แต่ถ้าใครโดนตกเรียบร้อยแล้ว ก็พุ่งตัวไปจัดแผ่นกันได้ที่ Nintendo Authorized Store ชั้น 3 สยามพารากอน กันได้เลยครับบบบบบบบ อย่าลืม มีของแถมด้วยนะ!

_________________________

คะแนน: 9.5/10

Reviewer: #rookii


ความคิดเห็น
* อีเมลจะไม่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์