#rookii
ใช้เวลาอ่าน 2 นาที
08 Oct
08Oct

วันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นวันที่แฟนๆ ซีรี่ส์ Metroid ได้ยิ้มกันถ้วนหน้า เพราะว่าภาคต่อของตัวเกมซีรี่ส์นี้ในสไตล์ Side Scroll ไม่มีภาคต่อออกมานับตั้งแต่ Metroid Fusion บน GBA นับได้ก็ร่วม 19 ปีเลยทีเดียว เป็นการหารไปที่สร้างความสงสัยให้กับแฟนๆ ว่าทำไมปู่ถึงไม่สานต่อเกมนี้ทั้งๆ ที่ก็มีฐานแฟนและได้รับการตอบรับอย่างดีตลอดมา.

แต่ถ้านับจริงๆ แล้ว ในปี 2017 ก็มีสัญญาณดี ด้วยการกลับมาของ Metroid: Samus Returns การรีเมคภาค 2 ที่ของเดิมลงบน GameBoy ให้กลับมาโลดแล่นบน 3DS ได้อย่างสมศักดิ์ศรี หนำใจแฟนๆ ที่รอคอยกันมานาน โดยผลงานสร้างจาก MercurySteam ที่เคยสร้างปมดราม่าจากผลงานเกมตระกูล Castlevania: Lords of Shadow ทำให้ในช่วงแรกที่ประกาศว่าทีมนี้จะมาทำ Metroid แฟนๆ ก็หลอนกันเอาเรื่องอยู่ แต่พอผลงานได้ออกมาแล้วก็ต้องบอกเลยว่า นี่มันของดี! ทีมสร้างคือปล่อยของสุดๆ.

และผ่านไปหลายปี จนได้มีการเปิดตัว Metroid Dread จนถึงวันที่เกมออก บอกได้เลยว่าตัวเกมภาคที่ 5 ของซีรี่ส์นี้ มันคือการกลับมาอย่างแท้จริง โดยมันไม่ได้เป็นแค่การสานต่อตำนานที่แฟนเกมรอคอย แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของเกมแนว Metroidvania ขึ้นไปอีกขั้น และพิสูจน์ให้เห็นว่าแก่นแท้ของเกมเพลย์สุดคลาสสิกยังคงทรงพลังในยุคปัจจุบัน.

สิ่งที่ทำให้ภาคนี้โดดเด่นสมชื่อคือความสยอง น่ากลัว ในธีม Dark SciFi Fantasy ที่ MercurySteam กล้าที่จะฉีกขนบเดิมด้วยการใส่หุ่นยนต์ E.M.M.I. เข้ามาในเกม และทำให้ Samus Aran กลายเป็นผู้ถูกล่า ซึ่งเป็นการดึงเอาบรรยากาศที่ชวนขนลุกจากในภาค Fusion มาผสมผสานให้ได้ลงตัวมาก โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ บรรยากาศของเกมจะเปลี่ยนจากเกมแอ็กชันสำรวจ ไปสู่เกมเอาชีวิตรอดที่ระทึก ตึงเครียด ต้องหลบ ต้องซ่อน คอยการฟังเสียงเดินของมัน และวิ่งหนีตายในเส้นทางที่ซับซ้อน ทำให้คนเล่นจะต้องคอยตื่นตัวตลอดเวลา.

นอกจากนั้นแล้ว เกมเพลย์ภาคนี้โคตรดุดัน แอคชั่นต่างๆ ของ Samus คือโคตรเท่ ผสมผสานทั้งการโจมตีระยะใกล้และไกล การเคลื่อนที่มีความลื่นไหลในการควบคุม การสไลด์ ใช้สกิล การ Melee Counter มันรวดเร็ว มันส์ และทำให้เรารู้สึกถึงความ Bad Ass ของ Samus แล้วยิ่งการเผชิญหน้ากับบอสต่างๆ ที่ทำออกมาได้โคตรถึงใจ ดุเดือด และสร้างสรรค์ในการใช้ Action ของตัวละครมาก.งานออกแบบ สภาพแวดล้อม การเล่าเรื่อง และพล็อตของภาคนี้ไม่ใช่แค่เป็นการสานต่อเนื้อหาเดิม แต่ยังใส่ระเบิดลูกใหญ่ให้กับแฟนๆ ที่ตามเนื้อหาของซีรีส์ได้ตาเบิกกว้างและอ้าปากค้างกัน ด้วยการคลายปมภูมิหลังของตัวละครที่ถูกปูมาอย่างยาวนาน.

Metroid Dread ได้คว้างรางวัล Nintendo Game of the Year จากงาน Golden Joystick Awards ปี 2021 และได้รางวัล Best Action/Adventure Game จากงาน The Game Awards 2021 รวมถึงได้เข้าชิงเป็น 1 ใน 6 ของรางวัลใหญ่ Game of the Year อีกด้วย และฝั่งญี่ปุ่นกับงาน Famitsu Dengeki Game Awards ก็คว้ารางวัล Best Action-Adventure Game ไป.

ผ่านมาครึ่งทศวรรษ Metroid Dread ยังคงเป็นผลงาน Metroidvania ระดับมาสเตอร์พีซที่หยิบมาเล่นกี่ครั้งก็ยังสนุกและท้าทายอยู่เสมอ ยิ่งหลังจากได้มีการเปิดตัวภาค 6 ในชื่อ Metroid Ravenous ที่จะมาให้เราได้เล่นกันในช่วงปลายมกราปีหน้า ยิ่งทำให้กระแสของภาค Dread ยิ่งถูกส่งต่อและกระพือให้แฟนหน้าใหม่ได้ไปสัมผัสความสุดยอดของภาค Dread กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ปู่น่าจะออกตัวอัปเกรดเวอร์ชั่น Switch 2 เนอะ).

ถึงวันนั้นมารอดูว่า MercurySteam จะปล่อยของให้เราได้กรีดร้องกันแค่ไหน แต่ระหว่างนั้น ถ้าใครยังไม่ได้สัมผัส Metroid Dread แนะนำว่านี่เป็นเกมที่อยากให้เล่นกันให้ได้ครับ!

ความคิดเห็น
* อีเมลจะไม่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์