#rookii
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
01 Aug
01Aug

ในยุคที่เกมพกพาและเครื่องพกพาอย่าง GBA ยังมีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์หลายอย่าง แต่ Golden Sun เป็นเกมที่พิสูจน์ว่าสามารถทำลายกำแพงนั้นได้ในปี 2001 นี่เป็นโคตรสุดยอดอภิมหาผลงานที่เราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นอีกครั้ง ด้วยผลงานการพัฒนาของทีม Camelot Software Planning ซึ่งเกมนี้ไม่ใช่แค่ JRPG ทั่วไป แต่มันเป็นเกมที่มอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมสำหรับแฟนๆ ที่ได้สัมผัสเกมนี้ตั้งแต่บนสมัย GBA 

.

ตัวเกมโชว์ความหวือหว่าด้วยกราฟิกกึ่ง 3 มิติ รีดเร้นพลังของ GBA ออกมาจนหยดสุดท้าย ฉากต่อสู้ที่มีการหมุนมุมกล้องแบบไดนามิก เอฟเฟกต์เวทมนตร์และการแอคชั่นต่างๆ ที่เท่ และสวยงาม ทีเด็ดที่สุดก็คือการซัมมอนที่โคตรอลังการสะเทือนหน้าจอจนคนที่เล่น GBA น่าจะทึ่งกันไปหมดว่า GBA ทำภาพแบบนี้ได้ด้วยหรอวะะะะะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างมาตรฐานใหม่ของเกมบน GBA ที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักซีรี่ส์นี้ต้องหันมามอง

.

เสน่ห์ที่ทำให้ Golden Sun โดดเด่นกว่า JRPG เกมอื่นๆ ในยุคเดียวกัน คือการใช้ระบบเวทในชื่อว่า Psynergy มาผสานรวมกับการไขปริศนาในฉากทั้งแผนที่และดันเจี้ยน ทำให้เวทของเกมนี้ไม่ได้แค่ใช้สู้อย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการผจญภัยในเกมด้วย ซึ่งการออกแบบดันเจี้ยนที่เต็มไปด้วยปริศนา มันให้ฟีลที่คล้ายกับ Zelda ทำให้่ดันเจี้ยนมีความสนุกในการสำรวจและมีอะไรให้ทำมากกว่าที่จะเดินๆ ไปให้ถึงหน้าบอสเฉยๆ 

.

และแน่นอนว่าถ้าพูดถึง Golden Sun จะไม่พูดถึง Djinn ไม่ได้ เพราะนี่คือหนึ่งในตัวหลักของบทบาทที่สำคัญของเกม มันคือมอนเตอร์ที่มีชีวิต ที่ซ่อนไปทั่วตลอดทั้งเกม ซึ่งการตามหา ทำเงื่อนไข และเอาพวกมันมาพวกให้ได้ ได้ฟีลเหมือนเกมสไตล์จับมอนเลย แต่ละตัวจะมีชื่อ มีจุดเด่น มีเอกลักษณ์ และความสามารถเฉพาะตัว ยิ่งไปกว่านั้น การเอาพวกมันมาจับคู่กับตัวละครหลัก จะส่งผลให้ตัวละครเปลี่ยน Class ซึ่งจะทำให้มีสเตตัสที่หลากหลาย มีท่าไม้ตายใหม่ สามารถทดลองผสมกันได้หลายรูปแบบมาก ทำให้ระบบต่อสู้ลึกและปรับแต่งได้เยอะตามใจเรา

.

เนื้อเรื่องของ Golden Sun ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยพล็อตแบบคลาสสิก แต่พอยิ่งเล่นๆ ไป จะพบว่าสเกลเนื้อหามันใหญ่มาก การออกแบบโลก การเล่าเรื่องราว การปูพื้นฐานตัวละคร ทุกอย่างมีชั้นเชิง เล่าได้สนุก ตัวละครโดดเด่นน่าจดจำ และดราม่าเข้มข้น แต่นั่นไม่ใช่จุดพีคที่สุด เพราะหลังจากได้มีภาคต่อ เกมเลือกที่จะให้เราได้เล่นและไปถ่ายทอดมุมมองของอีกฝั่งตัวละคร ได้เห็นเจตนาของตัวละครอื่น ทำให้มุมมองของเรื่องราวกว้างขึ้น และมีมิติของตัวละครที่ลึกยิ่งไปกว่าเดิม ไหนยังจะมีการโอนเซฟแบบระบบ Password ไปภาคต่อได้อีกตะหาก ถึงจะลำบาก แต่ก็น่าประทับใจมากในยุคนั้น

.

และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเพลงประกอบในเกม ที่ได้ผลงานมาจากคุณ Motoi Sakuraba ที่ผสมผสานความอลังการของดนตรีออร์เคสตรา เพลงต่อสู้ที่ดุดันเร้าใจ และเพลงตามเมืองต่างๆ ที่สื่ออารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้โลกของ Weyard มีชีวิตชีวาและติดหูมาจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ถูกบีบอัดลงบนตลับ GBA ได้ยังไงก็ไม่รู้

.

25 ปีผ่านไป แสงสีทองเหมือนจะดับมอด… เพราะหลังจากภาคล่าสุดอย่าง Dark Dawn บนเครื่อง NDS ที่ออกมานานกว่าทศวรรษแล้ว และถึงแม้แฟนๆ จะยังคงเฝ้ารอคอยภาคใหม่หรือการรีเมคอย่างมีความหวัง แต่สัญญาณนั้นเหมือนจะไม่เคยปรากฎให้ได้เห็นกันแม้แต่แค่แสงรำไรที่ขอบฟ้าก็ไม่มี เหลือแต่เพียงคุณค่าเหนือกาลเวลาของ Golden Sun ทั้งภาคแรกและภาคสองที่เนื้อหาต่อเนื่องกันเท่านั้น

.

ตอนนี้ตัวเกมมีนำกลับมาให้เล่นอีกครั้งบน NSO+Expansion ของ GBA ทำให้แฟนยุคเก่าแก่สามารถหาหยิบมาเล่นได้ง่ายและสะดวกทั้ง 2 ภาค หรือถ้าใครที่ยังไม่เคยลอง และอยากจะสมัครเป็นแฟนของซีรีส์นี้ มาเลยครับ มาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของตำนาน มาสัมผัสความทะเยอทะยานของผู้พัฒนา มาสัมผัสความกล้าที่จะลำลายขีดจำกัดของยุคสมัย มารับรู้กันว่าเกมที่ออกบนเครื่องพกพาเมื่อ 25 ปีก่อน มันเจ๋งขนาดไหน มาดูกันว่าเกมนี้มันสร้างความทรงจำที่ดี ดีมากๆ เท่าที่เกมๆ หนึ่งสามารถมอบให้กับวัยเด็กของเราได้ในตอนนั้น และทำไมแฟนๆ ถึงได้โหยหาเกมนี้กันมาโดยตลอด

.

สุขสันต์วันครบรอบ 25 ปี Golden Sun... หวังว่าสักวันหนึ่ง ดวงอาทิตย์สีทองดวงนี้ จะกลับมาทอแสงอย่างงดงามอีกครั้ง…- - - - - - - - - -

ความคิดเห็น
* อีเมลจะไม่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์